0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อ้างจาก: nitikon153 ที่ 18มี.ค.2012, 19:49:14 พอดีหาข้อมูลมาได้เรื่องของน้ำมันเชื้อเพลิงเนื่องจากตอนนี้บ้านเรา มีน้ำมันเชื้อเพลิงให้เลือกมากมายหลายชนิด เราจึงมาดูกันว่าน้ำมันแต่ละชนิดนั้นแตกต่างกันอย่างไร กลุ่มเบนซิน1. เชลล์ วี-เพาเวอร์ เบนซิน คือ น้ำมันเบนซิน 95 + สาร Additive เติมแต่ง 2. เบนซิน 95 3. เบนซิน 91 4. แก็สโซฮอล 95 คือ น้ำมันเบนซิน 91 (90 %) + เอทานอล (10 %) = มีค่าออกเทน 95 5. แก็สโซฮอล 91 คือ น้ำมันเบนซิน 87 (90 %) + เอทานอล (10 %) = มีค่าออกเทน 91 6. แก็สโซฮอล E20 คือ น้ำมันเบนซิน 87 (80 %) + เอทานอล (20 %) = มีค่าออกเทน 95 7. แก็สโซฮอล E85 คือ น้ำมันเบนซิน 87 (15 %) + เอทานอล (85 %) = มีค่าออกเทน 100-105 * น้ำมันเบนซิน 87 อดีตบ้านเราเคยมี และบางประเทศยังคงมีใช้อยู่ กลุ่มดีเซล 1. เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล คือ น้ำมันดีเซลที่กลั่นมาจากก๊าซ LPG ด้วยเทคโนโลยีการสังเคราะห์ก๊าซธรรมชาติ GTL (Gas to Liquids) มีค่ากำมะถันต่ำมากจนเกือบจะเป็น 0ppm มีความบริสุทธิ์ น้ำมันจึงมีสีที่ใส เหมือนน้ำปล่าว กลั่นในประเทศมาเลเซีย กฎหมายประเทศไทยบังคับให้ผสม ไบโอดีเซล 2 % คือ ดีเซล GTL (98 %) + ไบโอดีเซล (2 %) 2. บางจากเพาเวอร์ดี บี5 EURO 4 EURO 4 เป็นน้ำมันดีเซลมาตราฐานไอเสียใหม่ ที่ประเทศไทยจะเริ่มกำหนดบังคับใช้ในปี 2555 มีค่ากำมะถันต่ำมากเพียง 50 ppm คือ ดีเซล Euro4 (95 %) + ไบโอดีเซล (5 %) 3. ดีเซล B2 คือ ดีเซล Euro3 (98 %) + ไบโอดีเซล (2 %) 4. ดีเซล B5 คือ ดีเซล Euro3 (95 %) + ไบโอดีเซล (5 %) * ปัจุบันดีเซลในประเทศไทย นอกจากเชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล และ บางจากเพาเวอร์ดี บี 5 EURO 4 แล้ว นอกนั้นเป็นมาตรฐานไอเสีย Euro3 ทั้งหมด *- Euro3 มีค่ากำมะถันสูงถึง 350ppm - รถกระบะดีเซลรุ่นใหม่ทั้งหมดในประเทศไทย เป็นมาตรฐานไอเสีย Euro3 - รถเก๋งดีเซลรุ่นใหม่ๆ เกือบทั้งหมดเป็นมาตรฐานไอเสีย Euro4 ปัจจุบันประเทศในแถบยุโรปกำลังก้าวเข้าสู่ เป็นมาตรฐานไอเสีย Euro6 ซึ่งมีค่าไอเสียที่ต่ำมาก และ ค่ากำมะถันที่เกือบเป็น 0 ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่ก้าวเข้าสู่ Euro4 อย่างเต็มตัวจนกว่าจะถึงปี 2555 * เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย น้ำมันดีเซล Euro2 ที่คุณสมัครเคยจะนำเข้ามาจากรัสเซีย ตอนราคาน้ำมันแพง ซึ่งเพราะมีค่ากำมะถันสูงมาก จึงเป็นอันตกไป *- รถเมย์ Euro ที่เราเรียกกันว่ารถ "ยูโร" เพราะมันเป็นรถเมย์ชุดแรกๆ ในประเทศที่ผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro2 ซึ่งเป็นเรื่องใหม่มากในตอนนั้น แน่น.... ขอบคุณสำหรับข้อมูลแน่นๆครับ
พอดีหาข้อมูลมาได้เรื่องของน้ำมันเชื้อเพลิงเนื่องจากตอนนี้บ้านเรา มีน้ำมันเชื้อเพลิงให้เลือกมากมายหลายชนิด เราจึงมาดูกันว่าน้ำมันแต่ละชนิดนั้นแตกต่างกันอย่างไร กลุ่มเบนซิน1. เชลล์ วี-เพาเวอร์ เบนซิน คือ น้ำมันเบนซิน 95 + สาร Additive เติมแต่ง 2. เบนซิน 95 3. เบนซิน 91 4. แก็สโซฮอล 95 คือ น้ำมันเบนซิน 91 (90 %) + เอทานอล (10 %) = มีค่าออกเทน 95 5. แก็สโซฮอล 91 คือ น้ำมันเบนซิน 87 (90 %) + เอทานอล (10 %) = มีค่าออกเทน 91 6. แก็สโซฮอล E20 คือ น้ำมันเบนซิน 87 (80 %) + เอทานอล (20 %) = มีค่าออกเทน 95 7. แก็สโซฮอล E85 คือ น้ำมันเบนซิน 87 (15 %) + เอทานอล (85 %) = มีค่าออกเทน 100-105 * น้ำมันเบนซิน 87 อดีตบ้านเราเคยมี และบางประเทศยังคงมีใช้อยู่ กลุ่มดีเซล 1. เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล คือ น้ำมันดีเซลที่กลั่นมาจากก๊าซ LPG ด้วยเทคโนโลยีการสังเคราะห์ก๊าซธรรมชาติ GTL (Gas to Liquids) มีค่ากำมะถันต่ำมากจนเกือบจะเป็น 0ppm มีความบริสุทธิ์ น้ำมันจึงมีสีที่ใส เหมือนน้ำปล่าว กลั่นในประเทศมาเลเซีย กฎหมายประเทศไทยบังคับให้ผสม ไบโอดีเซล 2 % คือ ดีเซล GTL (98 %) + ไบโอดีเซล (2 %) 2. บางจากเพาเวอร์ดี บี5 EURO 4 EURO 4 เป็นน้ำมันดีเซลมาตราฐานไอเสียใหม่ ที่ประเทศไทยจะเริ่มกำหนดบังคับใช้ในปี 2555 มีค่ากำมะถันต่ำมากเพียง 50 ppm คือ ดีเซล Euro4 (95 %) + ไบโอดีเซล (5 %) 3. ดีเซล B2 คือ ดีเซล Euro3 (98 %) + ไบโอดีเซล (2 %) 4. ดีเซล B5 คือ ดีเซล Euro3 (95 %) + ไบโอดีเซล (5 %) * ปัจุบันดีเซลในประเทศไทย นอกจากเชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล และ บางจากเพาเวอร์ดี บี 5 EURO 4 แล้ว นอกนั้นเป็นมาตรฐานไอเสีย Euro3 ทั้งหมด *- Euro3 มีค่ากำมะถันสูงถึง 350ppm - รถกระบะดีเซลรุ่นใหม่ทั้งหมดในประเทศไทย เป็นมาตรฐานไอเสีย Euro3 - รถเก๋งดีเซลรุ่นใหม่ๆ เกือบทั้งหมดเป็นมาตรฐานไอเสีย Euro4 ปัจจุบันประเทศในแถบยุโรปกำลังก้าวเข้าสู่ เป็นมาตรฐานไอเสีย Euro6 ซึ่งมีค่าไอเสียที่ต่ำมาก และ ค่ากำมะถันที่เกือบเป็น 0 ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่ก้าวเข้าสู่ Euro4 อย่างเต็มตัวจนกว่าจะถึงปี 2555 * เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย น้ำมันดีเซล Euro2 ที่คุณสมัครเคยจะนำเข้ามาจากรัสเซีย ตอนราคาน้ำมันแพง ซึ่งเพราะมีค่ากำมะถันสูงมาก จึงเป็นอันตกไป *- รถเมย์ Euro ที่เราเรียกกันว่ารถ "ยูโร" เพราะมันเป็นรถเมย์ชุดแรกๆ ในประเทศที่ผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro2 ซึ่งเป็นเรื่องใหม่มากในตอนนั้น
อ้างจาก: jayjay NDC.392 ที่ 20มิ.ย.2012, 14:54:44 แล้วถ้าเติม วีพาวเวอร์ของเชลล์อยู๋จะไปเติม ดีเซลธรรมดา โดยไม่รอให้น้ำมันหมด จะมีผลมั้ยครับน้าๆท่านใดพอจะให้ความรู้ในคำถามนี้ได้บ้างคะรอคำตอบอยู่เหมือนกัน..เพราะรถต้องใช้วิ่งระยะไกล(พิโลก-จันท์)บางทีหาปั๊มหอยเติมยากส่วนใหญ่เป็น ปตท.บางทีรอน้ำมันหมดถึงไม่ได้กลัวข้างหน้าไม่มีปั๊มแล้วถ้าน้ำมันดีเซลยังไม่หมดถึงแล้วเติม V - Power เครื่องยนต์จะเป็นไรป่าวคะ...ขอบคุณน้าๆที่ให้ความกระจ่างนะคะ
แล้วถ้าเติม วีพาวเวอร์ของเชลล์อยู๋จะไปเติม ดีเซลธรรมดา โดยไม่รอให้น้ำมันหมด จะมีผลมั้ยครับ
อ้างจาก: MhaZa ที่ 20ก.พ.2013, 21:39:02 อ้างจาก: jayjay NDC.392 ที่ 20มิ.ย.2012, 14:54:44 แล้วถ้าเติม วีพาวเวอร์ของเชลล์อยู๋จะไปเติม ดีเซลธรรมดา โดยไม่รอให้น้ำมันหมด จะมีผลมั้ยครับน้าๆท่านใดพอจะให้ความรู้ในคำถามนี้ได้บ้างคะรอคำตอบอยู่เหมือนกัน..เพราะรถต้องใช้วิ่งระยะไกล(พิโลก-จันท์)บางทีหาปั๊มหอยเติมยากส่วนใหญ่เป็น ปตท.บางทีรอน้ำมันหมดถึงไม่ได้กลัวข้างหน้าไม่มีปั๊มแล้วถ้าน้ำมันดีเซลยังไม่หมดถึงแล้วเติม V - Power เครื่องยนต์จะเป็นไรป่าวคะ...ขอบคุณน้าๆที่ให้ความกระจ่างนะคะ เติมได้ครับไม่มีปัญหาต่อเครื่องยนต์ ผม เติมแบบนั้นมาหลายถังแล้วครับ ปกติจะเติม วีพาวเวอร์ เดือนละ 1 ถังครับ
อ้างจาก: NDC.GROUP ที่ 27เม.ย.2012, 19:42:40 อ้างจาก: nitikon153 ที่ 18มี.ค.2012, 19:49:14 พอดีหาข้อมูลมาได้เรื่องของน้ำมันเชื้อเพลิงเนื่องจากตอนนี้บ้านเรา มีน้ำมันเชื้อเพลิงให้เลือกมากมายหลายชนิด เราจึงมาดูกันว่าน้ำมันแต่ละชนิดนั้นแตกต่างกันอย่างไร กลุ่มเบนซิน1. เชลล์ วี-เพาเวอร์ เบนซิน คือ น้ำมันเบนซิน 95 + สาร Additive เติมแต่ง 2. เบนซิน 95 3. เบนซิน 91 4. แก็สโซฮอล 95 คือ น้ำมันเบนซิน 91 (90 %) + เอทานอล (10 %) = มีค่าออกเทน 95 5. แก็สโซฮอล 91 คือ น้ำมันเบนซิน 87 (90 %) + เอทานอล (10 %) = มีค่าออกเทน 91 6. แก็สโซฮอล E20 คือ น้ำมันเบนซิน 87 (80 %) + เอทานอล (20 %) = มีค่าออกเทน 95 7. แก็สโซฮอล E85 คือ น้ำมันเบนซิน 87 (15 %) + เอทานอล (85 %) = มีค่าออกเทน 100-105 * น้ำมันเบนซิน 87 อดีตบ้านเราเคยมี และบางประเทศยังคงมีใช้อยู่ กลุ่มดีเซล 1. เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล คือ น้ำมันดีเซลที่กลั่นมาจากก๊าซ LPG ด้วยเทคโนโลยีการสังเคราะห์ก๊าซธรรมชาติ GTL (Gas to Liquids) มีค่ากำมะถันต่ำมากจนเกือบจะเป็น 0ppm มีความบริสุทธิ์ น้ำมันจึงมีสีที่ใส เหมือนน้ำปล่าว กลั่นในประเทศมาเลเซีย กฎหมายประเทศไทยบังคับให้ผสม ไบโอดีเซล 2 % คือ ดีเซล GTL (98 %) + ไบโอดีเซล (2 %) 2. บางจากเพาเวอร์ดี บี5 EURO 4 EURO 4 เป็นน้ำมันดีเซลมาตราฐานไอเสียใหม่ ที่ประเทศไทยจะเริ่มกำหนดบังคับใช้ในปี 2555 มีค่ากำมะถันต่ำมากเพียง 50 ppm คือ ดีเซล Euro4 (95 %) + ไบโอดีเซล (5 %) 3. ดีเซล B2 คือ ดีเซล Euro3 (98 %) + ไบโอดีเซล (2 %) 4. ดีเซล B5 คือ ดีเซล Euro3 (95 %) + ไบโอดีเซล (5 %) * ปัจุบันดีเซลในประเทศไทย นอกจากเชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล และ บางจากเพาเวอร์ดี บี 5 EURO 4 แล้ว นอกนั้นเป็นมาตรฐานไอเสีย Euro3 ทั้งหมด *- Euro3 มีค่ากำมะถันสูงถึง 350ppm - รถกระบะดีเซลรุ่นใหม่ทั้งหมดในประเทศไทย เป็นมาตรฐานไอเสีย Euro3 - รถเก๋งดีเซลรุ่นใหม่ๆ เกือบทั้งหมดเป็นมาตรฐานไอเสีย Euro4 ปัจจุบันประเทศในแถบยุโรปกำลังก้าวเข้าสู่ เป็นมาตรฐานไอเสีย Euro6 ซึ่งมีค่าไอเสียที่ต่ำมาก และ ค่ากำมะถันที่เกือบเป็น 0 ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่ก้าวเข้าสู่ Euro4 อย่างเต็มตัวจนกว่าจะถึงปี 2555 * เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย น้ำมันดีเซล Euro2 ที่คุณสมัครเคยจะนำเข้ามาจากรัสเซีย ตอนราคาน้ำมันแพง ซึ่งเพราะมีค่ากำมะถันสูงมาก จึงเป็นอันตกไป *- รถเมย์ Euro ที่เราเรียกกันว่ารถ "ยูโร" เพราะมันเป็นรถเมย์ชุดแรกๆ ในประเทศที่ผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro2 ซึ่งเป็นเรื่องใหม่มากในตอนนั้น แน่น.... ขอบคุณสำหรับข้อมูลแน่นๆครับ โทดนะคับ น้องนิวเรามาตรฐาน ยูโร5หรือป่าวคับ แล้วเติมน้ำมันยูโร3จะเป็นอะไรไหมคับ