ระบบขับเคลื่อน4ล้อ กับการเปลี่ยนเกียร์ที่เหมาะสม
รถยนต์ประเภทขับเคลื่อน 4 ล้อทั้งหลายจะมีระบบปรับเปลี่ยนเกียร์เพื่อการใช้งานเป็นมาตรฐาน คือ 2H, 4H, N และ 4L ซึ่งแต่ละตำแหน่งของการใช้งาน จะมีการใช้งานและโอกาสที่แตกต่างกันไป
ตำแหน่ง 2H (2 HIGH) เมื่อเข้าเกียร์ขับเคลื่อนมาอยู่ในตำแหน่งนี้ ระบบการทำงานจะส่งไปยัง 2 ล้อหลังทั้งหมด โดยระบบการขับเคลื่อนจะทำงานเป็น 100% (2WD) อันเป็นการทำงานตามหลักของรถยนต์โดยปกติ เพื่อการขับขี่บนสภาพถนนที่มีความราบเรียบ เช่น ถนนคอนกรีต ถนนลาดยาง ในเมืองหรือทางหลวงตามต่างจังหวัด แต่ก็อาจจะขับในเส้นทางถนนลูกรังได้ที่สภาพไม่ขรุขระมากนัก
ตำแหน่ง 4H (4 HIGH) จะเป็นการปรับระบบการขับเคลื่อนของรถจาก 2 ล้อ ให้มีการทำงานทั้ง 4 ล้อ หรือที่เรียกว่า 4 WHEEL DRIVE (4WD) โดยการทำงานของเฟืองกลางจะล็อกการทำงานของเพลากลาง ทำให้ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) ที่ส่งกำลังจากล้อหลัง 100% กระจายส่งกำลังไปที่เพลาขับหน้า 50% และเพลาขับหลัง 50% เท่าๆ กัน
ตำแหน่ง 4H นี้เหมาะสำหรับที่จะปรับมาใช้ขณะขับด้วยความเร็วบนเส้นทางที่เป็นถนนลูกรังมีหลุมมีบ่อเล็กน้อย เพื่อช่วยให้การยึดเกาะถนนดีขึ้น หรือจะบนถนนที่ราบเรียบแต่คดเคี้ยวขึ้นเขาลงเขาสูงชัน แต่ต้องจำกัดความเร็วไม่ควรเกิน 80 กม./ชม.
ในการใช้เกียร์ 4H ระบบส่งกำลังไปยังล้อหน้าซึ่งได้ถูกกำหนดไว้ในอัตราส่วน 50 : 50 จะทำให้รัศมีของวงเลี้ยวกว้างกว่าปกติ จึงต้องมีความระมัดระวังในการกะระยะ สำหรับในรถบางยี่ห้อจะสามารถเปลี่ยนระบบการขับเคลื่อนจาก 2 ล้อ มาเป็น 4 ล้อได้ทันทีโดยไม่ต้องหยุดรถ ที่เรียกว่า SHIFT ON THE FLY
ตำแหน่ง 4L (4 LOW) เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) เช่นเดียวกับ 4H แต่จะให้พลังและแรงบิดในการขับเคลื่อนได้สูงกว่าจากอัตราการทดรอบของเฟือง เนื่องจากเมื่อปรับเกียร์ขับเคลื่อนมาใน
ตำแหน่ง 4L จะมีอัตราการทดเฟืองสูงขึ้นอีกเท่าตัว เช่น จากเดิม 1 : 1 จะกลายเป็น 1 : 2 อันจะส่งผลให้เกิดแรงบิดที่ล้อทั้ง 4 เพิ่มมากขึ้น โดยกำลังจะส่งไปยังล้อหน้าและหลังอย่างละ 50% เท่ากัน ตำแหน่งนี้เหมาะที่จะปรับใช้กับเส้นทางที่ทุรกันดารจริงๆ ขณะเดินทางอยู่ในป่าที่เป็นเขาสูงชัน หรือเจออุปสรรคบ่อโคลน ร่องน้ำลึก หรือพื้นที่ลื่นและลาดชันมากๆ โดยไม่ควรที่จะใช้ความเร็วเกินกว่า 50 กม./ชม. และจะต้องจอดรถปลดเกียร์ว่างปกติก่อนเพื่อปรับเปลี่ยนเกียร์ มิฉะนั้นอาจเกิดความเสียหายกับระบบขับเคลื่อนได้
ตำแหน่ง N (NEUTRAL) เป็นอีกตำแหน่งของเกียร์ที่วางอยู่ระหว่าง 4H และ 4L ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้การเข้าเกียร์ขับเคลื่อนผิดพลาด เนื่องจากอัตราทดรอบของทั้ง 2 ระบบจะแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องผ่านตำแหน่ง N ซึ่งเกียร์ระบบนี้จะเป็นอิสระ กำลังที่ส่งไปยังล้อทั้ง 4 เป็น 0 ประโยชน์ของเกียร์ในตำแหน่ง N มีไว้ก็เพื่อต้องการลากจูงหรือปั่นไฟเท่านั้น