ขอแสดงความเสียใจกับน้าเจ้าของกระทู้ด้วยครับ รับรู้ถึงความรู้สึกนั้นครับ
ในความคิดผมสัณญาณกันโขมยก็ควรเลือกที่คุณภาพด้วยครับ ส่วน 3 ล็อคถ่วงเวลาได้นิดหน่อย นั่นแหละครับผมก็ว่าผมก็เซฟตี้ดีแล้วแต่ทำไมมันยังเอาไปได้ พวกโขมยมันจะเฝ้าดูพฤติกรรมการใช้รถของเราครับ แค่กดรีโมทก็มีสิทธิ์ถูกก็อปปี้ได้ตลอดเวลา คงต้องหมั่นตรวจสอบว่าถูกก๊อปปี้หรือไม่ ถ้าตรวจพบแสดงว่าไม่ปลอดภัยแล้ว วิธีการตรวจสอบเคยเห็นน้าโปรอลามเอามาให้ดูลองหาดูครับ สำหรับน้องนิวผมคงติดสารพัดวิธี เพื่อถ่วงเวลาให้มากที่สุด เวลาจอดรถลงรถก็ลองสังเกตุรอบ ๆ ตัวเรา หรือระหว่างเดินออกมาลองก็หันหลังกลับไปดูบ้าง หรือมีใครเดินตามประกบเรามาหรือเปล่า
ผมคนหนึ่งที่มีประสบการณ์รถหาย ดีแม็คไฮแลนเดอร์ สีดำ คอมมอนเรล 3.0 รุ่นแรก ไปหายที่ตลาดน้ำอัมพวา เมื่อ 10 ธ.ค.54 ฝากไว้กับลานจอดข้างวัดอัมพวัน เสียค่าฝาก 50 บาท ออกมา 2 ทุ่ม ไม่มีรถเรามีแต่รถคนอื่นจอดแทน แน่นอนครับใครจะยืดอกรับผิดชอบไม่มีทาง แค่แจ้งความกับร้อยเวรและยิ่งรถเรามีประกันด้วยนะตำรวจทำเรื่องปิดคดีง่ายมาก เพราะอย่างไรเสียประกันก็ต้องรับผิดชอบ แต่อย่างน้อยก็ต้องรอ 3 เดือนกว่าจะปิดคดีได้ หลังจากนั้น ประกันถึงจะจ่ายเงินเราได้
ช่วงนี้มีใครไปมาบ้าง ถ้าไปจอดลานนี้อยากรู้ว่ามีการเรียกบัตรคืนจากเจ้าของรถตอนออกไหม ตอนนั้นไม่มีขับออกไปได้เลย
หลังจากรถหายเราต้องทำอะไรบ้าง ขอเล่าจากประสบการณ์แล้วกันครับ เอาเฉพาะที่เกี่ยวกับตำรวจ ขนส่ง และประกัน ครับ1.แจ้งความกับร้อยเวร จะต้องทราบหมายเลขเครื่องและตัวถังด้วยนะครับ (เขาบอกว่าบอกทะเบียนอย่างเดียวก็ไร้ความหมายเพราะโจรมันต้องปิดบังหรือสวมทะเบียนอื่นแทนแน่นอน) แล้วใครจะไปรู้ล่ะ โทรถามประกันเลยงานนี้ ถ้าหายตอนกลางคืนหรือวันหยุด ต้องมาให้การสอบสอบในวันเปิดทำการอีกครั้ง
2.ใหคัดถ่ายสำเนาบันทึกประจำวันรับรองไว้สัก 2 ชุด
3.บริษัทประกัน (วิริยะ) จะมาสอบสวนเราและให้เราส่งกุญแจทั้งหมดพร้อมสมุดคู่มือ (ถ้ามี) พร้อมให้เราไปแจ้งยกเลิกการใช้รถที่สำนักงานขนส่งที่เราจดทะเบียน เพื่อจะได้ไม่ต้องถูกเรียกเก็บภาษีรายปี โดยเอาบันทึกประจำวันตามข้อ 3. ไป 1 ชุดพร้อมสมุดคู่มือการจดทะเบียน (ถ้ารถยังผ่อนอยู่คงต้องติดต่อไฟแนนซ์ก่อน) โดยทางตำรวจก็จะมีหนังสือแจ้งขออายัดทะเบียนมาเช่นเดียวกัน ดำเนินการเสร็จแล้วก็แฟ็กซ์รายการยกเลิกใช้รถให้บริษัทประกันไป
4.พอผ่านไป 3 เดือน ตำรวจก็ทำสรุปสำนวนว่าไม่สามารถติดตามรถคืนได้และไม่ทราบว่าคนร้ายเป็นใคร เรามีหน้าที่แค่เซ็นรับทราบ

หลังจากนั้นก็จะส่งสำนวนให้ผู้บังคับบัญชาตรวจก็เป็นอันเสร็จพิธีของตำรวจ เนียนๆ เลย
5.สุดท้ายทำใจครับ
6.หลังจากจบเรื่องกับตำรวจก็มาเรียกร้องค่าสินไหมกับบริษัทประกันต่อ อันนี้ต้องโทรตามเรื่องกันถี่่ๆเลย กว่าจะรู้ว่าเรื่องอยู่ที่ใครก็เล่นเอาเหนื่อยเลย ช่วงแรกๆ ให้ตามกับฝ่ายติดตามรถหายที่มาสอบสวนกับเราก่อน พอเรื่องส่งไปการเงินแล้วค่อยหาตัวผู้รับผิดชอบต่อ ไม่งั้นไม่รู้ความคืบหน้าเลยว่าจะได้เงินเมื่อไหร่
7.ค่าสินไหม กทม.รับได้ที่สำนักงานใหญ่ ตึก RS ทาวเวอร์ ชั้น 5 ถนนรัชดาฯ เตรียมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (ห้ามขาดอายุ) และสำเนาทะเบียนบ้าน อย่างละ 4 ชุด ครับ รวมเวลานับแต่รถหายจนได้ค่าสินไหมก็ประมาร 5 เดือนครับ ค่าสินไหมก็ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ครับ ไม่ใช่ 80% จากกรมธรรม์ตามที่บางคนเข้าใจ
8.ถ้ารู้ตัวคนร้ายหรือผู้ที่ทำละเมิดเราก็ฟ้องร้องเอาส่วนต่างจากที่บริษัทประกันจ่ายเราครับ ผมจะฟ้องแน่
ภายหลังถ้าติดตามรถได้คืนมาบริษัทประกันจะแจ้งเราภายในกรอบระยะเวลา ว่าเราจะรับรถคืนหรือไม่ ถ้าจะรับรถคืนเราต้องคืนเงินค่าสินไหมทั้งหมด ถ้ารถเสียหายจากการถูกโจรกรรมบริษัทประกันจะซ่อมให้ก่อน
เหตูการณ์แบบนี้ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใครเลยครับ สาธุ ขอแชร์เป็นเกร็ดความรู้ก็แล้วกันครับ