การเลือกยางให้เหมาะสมกับการใช้งาน
การเลือกใช้ดอกยางให้ถูกต้องเหมาะสมกับสภาพการใช้งานนั้น มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการตัดสินใจเลือกซื้อยางสักชุด ซึ่งถ้าคำนึงถึงความสวยงามเพียงอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงคุณสมบัติและความเหมาะสมในการใช้งานแล้วละก็ คุณประโยชน์ที่ควรจะได้รับจากยางนั้นก็อาจจะได้ไม่เต็มที่ ซึ่งการเลือกใช้อย่างถูกวิธีนั้น ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับยางรถยนต์ได้อีกด้วย และถ้ามองในแง่สวัสดิภาพความปลอดภัยแล้ว ยางยังมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าเครื่องยนต์เลยทีเดียว ดังนั้น เราจึงควรเอาใจใส่ในการเลือกใช้ดอกยางให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน ประเภทของรถ และพื้นผิวถนนอีกด้วย
ลายของดอกยางนั้น ได้มีการคิดค้นและพัฒนากันมาตลอด หลายบริษัทได้พยายามออกแบบดอกยางให้มีคุณสมบัติสวยงาม มีประสิทธิภาพในการใช้งานได้ดี และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร จนปัจจุบันมีลายดอกยางออกมาให้เลือกมากมาย แต่ถ้าเราสังเกตลายดอกยางอย่างถี่ถ้วนแล้วละก็ เราสามารถแบ่งลายดอกยางออกได้เป็น 4 แบบใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ
1.ดอกละเอียด (RIB PATTERN) ยางดอกละเอียด มีลักษณะเป็นลายดอกและร่องที่คดโค้งหรือเป็นเหลี่ยม เป็นแถวยาวตามเส้นรอบวงของยาง อีกทั้งดอกหรือร่องยางที่ตื้น ช่วยในการระบายความร้อน เกาะถนนได้ดี ขับขี่บังคับเลี้ยวได้ง่าย ป้องกันการลื่นไถลออกด้านข้างได้ดีเยี่ยม ดอกยางชนิดนี้เหมาะสมอย่างยิ่งกับรถโดยสาร
2.ดอกบั้ง (LUG PATTERN) ยางดอกบั้งมีลักษณะลายดอกและร่องยางเป็นแนวขวางกับเส้นรอบวงของยาง โดยร่องยางจะมีความลึก เนื้อยางมีมาก เวลารถเคลื่อนจะเกิดแรงกรุยสูง และมีอายุการใช้งานทนทานกว่าดอกยางแบบอื่นๆ เหมาะสมอย่างยิ่งกับรถบรรทุกขนาดใหญ่ (ล้อหลัง) รถจิ๊ป หรือรถที่วิ่งในอัตราความเร็วปานกลางจนถึงต่ำ
3.ดอกผสม (RIB-LUG PATTERN)ยางแบบดอกผสม มีลักษณะหน้าตาสมชื่อ ซึ่งส่วนมากตรงกลางของหน้ายางจะมีลายแบบยางดอกละเอียด แต่ด้านซ้ายขวาเป็นลายดอกบั้ง วิศวกรออกแบบมาโดยรวมจุดดีของยางดอกละเอียดกับยางดอกบั้งไว้ด้วยกัน จึงทั้งเกาะถนน ป้องกันรถไถลออกด้านข้าง และมีแรงกรุยดี นำมาใช้ได้ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง วิ่งบนทางขรุขระหรือลาดยางก็ได้ เหมาะกับรถที่วิ่งด้วยความเร็วปานกลาง
4.ดอกบล็อก (BLOCK) ยางดอกบล็อก มีหน้ายางเป็นลักษณะก้อนเหลี่ยมหรือโค้งมน เรียงตัวกันคล้ายอิฐบล็อกปูทางเดิน แต่จะมีช่องว่างระหว่างบล็อก ซึ่งถ้ามองตามเส้นรอบวงของยาง จะเห็นร่องเหมือนกับยางดอกละเอียด เหมาะที่จะใช้กับทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นหาดทราย หรือ ทะเลทราย ลุยโคลน กระทั่งบนหิมะ มีสมรรถนะเกาะถนนได้ดีมาก ไม่เว้นแม้ถนนเปียก และยังมีแรงกรุยสูง ผู้ขับขี่บังคับเลี้ยวหยุดรถได้ง่าย ปัจจุบันนิยมใช้กับยางเรเดียลที่ใช้ความเร็วสูง โดยเฉพาะรถเก๋ง
ยางสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ (4x4)รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (4x4) เป็นรถที่มีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับการใช้งานเป็นหลัก ซึ่งมีทั้งการขับขี่แบบ ON ROAD หรือใช้ในเมืองและระหว่างเมือง และแบบ OFF ROAD หรือแบบนอกเส้นทางปกติ ดังนั้น ยางสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ จึงถูกออกแบบโดยแบ่งตามลักษณะการใช้งาน ซึ่งจะมีอักษรภาษาอังกฤษ A/T, H/T, H/P, H/L หรือ M/T กำกับไว้ที่ตัวยางด้วย
A/T = ALL TERRAIN : เป็นยาง 4x4 สำหรับทุกสภาพถนน ทั้ง ON ROAD และ OFF ROAD ให้การทรงตัวที่ดี รวมทั้งให้ความนุ่มนวลได้พอสมควร
H/T = HIGHWAY TERRAIN : เป็นยาง 4x4 สำหรับถนนทางเรียบทั่วไปที่ให้ความนุ่มนวล และยึดเกาะถนนได้ดี
H/P = HIGHWAY PERFORMANCE : อีกประเภทหนึ่งของยาง HIGHWAY TERRAIN ที่ถูกออกแบบสำหรับการขับขี่แบบ ON ROAD โดยเฉพาะ ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ และเพิ่มประสิทธิภาพให้การเกาะถนนดีเยี่ยมขณะใช้ความเร็วสูง
H/L = HIGHWAY LUXURY : อีกประเภทหนึ่งของยาง HIGHWAY TERRAIN เช่นกัน ที่ออกแบบเพื่อการใช้งานในเมืองโดยเฉพาะให้ความนุ่มนวลดีเยี่ยม
M/T = MUD TERRAIN : เป็นยาง 4x4 ที่ถูกออกแบบสำหรับการขับขี่แบบ OFF ROAD โดยเฉพาะด้วยดอกยางขนาดใหญ่ และร่องลึกพิเศษ ให้แรงกรุยสูง เพื่อการขับเคลื่อนในเส้นทางที่ทุรกันดาร หรือสภาพถนนที่ขรุขระเป็นโคลนตม